Showing posts with label Books.. Show all posts
Showing posts with label Books.. Show all posts

Monday, March 05, 2007

หนังสือ "เศรษฐกิจพอเพียงหมายถึงอะไร"

ปัจจุบัน ความสนใจในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้แผ่ขยายวงออกไปอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม้กระทั่งองค์การสหประชาชาติ โดยสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ยังได้จัดทำรายงานประจำปี 2550 ในหัวข้อเรื่องที่เกี่ยวกับ "เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาคน" เพื่อนำไปเผยแพร่ใน 135 ประเทศทั่วโลก

กระนั้นก็ตาม ก็ยังมีผู้ที่เข้าใจว่า เศรษฐกิจพอเพียง เป็นเรื่องของคนชนบท เป็นเรื่องเกษตรกรรม หรือสรุปเอาเองว่า เศรษฐกิจพอเพียง คือ การใช้จ่ายอย่างประหยัด การไม่เป็นหนี้ การเป็นอยู่โดยไม่เกี่ยวข้องกับใคร และที่เลวร้ายไปกว่านั้น คือ การใช้เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นข้ออ้างในการไม่พยายามขวนขวายทำสิ่งใดๆ อย่างเต็มที่ หรือใช้เป็นเหตุผลเพื่อยอมรับสภาพที่เป็นอยู่

หนังสือ เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง อะไร เล่มนี้ เกิดขึ้นจากการค้นคว้ารวบรวมพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และพระบรมราโชวาทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้พระราชทานไว้ในวโรกาสต่างๆ พร้อมด้วยคำอธิบายคุณลักษณะและเงื่อนไขที่ประกอบขึ้นเป็นความพอเพียงตามนัยแห่งปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี รวมถึงเงื่อนไขความรู้ และเงื่อนไขคุณธรรม ตลอดจนคำอธิบายระดับและจุดหมายของเศรษฐกิจพอเพียง

หนังสือมีความหนา 100 หน้า เนื้อในพิมพ์ 2 สี ใช้กระดาษถนอมสายตา ราคา 120 บาท ผู้สนใจสามารถหาซื้อได้ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ หรือตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

เศรษฐกิจพอเพียง มิได้หมายถึง ...
...แค่การใช้จ่ายอย่างประหยัด
...การห้ามไม่ให้เป็นหนี้
...การเป็นอยู่โดยไม่เกี่ยวข้องกับใคร
...การไม่ขวนขวายทำสิ่งใดๆ อย่างเต็มที่
...เหตุผลเพื่อใช้ยอมรับสภาพที่เป็นอยู่

เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง อะไร ค้นพบได้ในหนังสือเล่มนี้


Audio File ฟังการย่อยเนื้อหาในหนังสือ "เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง อะไร" ประกอบตัวอย่าง External Link

Monday, January 15, 2007

วิถีธุรกิจในยุคโลการะนาบ

หลังจากที่ได้สรุปเนื้อหาในหนังสือโลการะนาบ (The World is Flat) ไป 2 ตอน ในตอนนี้ เป็นภาคต่อขยายในมุมมองอื่น โดยนำเนื้อหาจากบทความที่ชื่อว่า "Will a New Theory Help Firms to Manage in a 'Flat' World?" จาก Knowledge@Wharton มาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งคำหลัก (Keyword) ที่น่าสนใจในบทสนทนาระหว่าง Colin Crook, Jerry Wind และ Paul R. Kleindorfer ได้แก่ sustained innovation ที่ธุรกิจจะต้องสร้างให้เกิดขึ้นในองค์กรของตนเองเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ (sustain ในบริบทนี้ สามารถวัดจากเกณฑ์ 2 ประการ คือ ความสามารถในการทอดเวลาทิ้งห่างจากคู่แข่ง และอรรถประโยชน์อันเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคซึ่งคู่แข่งไม่สามารถเลียนแบบได้ง่าย) ในขณะเดียวกัน ธุรกิจต้องมีการพัฒนา service delivery ที่สามารถตอบสนองถึงตัวผู้บริโภคได้ในเวลาและสถานที่ที่ต้องการ และคงไว้ซึ่งคุณลักษณะของ security และ confidentiality (คือ เงื่อนไขของคุณธรรม ที่ประกอบด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต และความรอบคอบระมัดระวัง ในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) ที่สามารถส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ (Credit) ขององค์กรอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ในส่วนที่เป็นทรัพยากรบุคคลขององค์กร จะต้องมีการพัฒนา professional skills ทั้งในแนวลึกและแนวกว้าง (ตรงกับเงื่อนไขของความรอบรู้ในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) โดย Kleindorfer ใชคำแทนว่า "node" vs. "nexus" นอกจากนี้ ธุรกิจในยุคโลการะนาบ จะให้คุณค่ากับเครื่องมือที่เรียกว่า scenario planning อย่างมาก เนื่องจากองค์กรจำเป็นต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทั้งจากภายนอกและภายในให้ได้อย่างทันท่วงที (คือ การสร้างระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง)

Audio File ฟังเนื้อหาในรายละเอียด External Link


แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : "Will a New Theory Help Firms to Manage in a 'Flat' World?" External Link

Monday, December 18, 2006

"The World is Flat" - โลการะนาบ (ตอน 2)

ตอนนี้ได้พูดถึง พลังที่ทำให้เกิดโลการะนาบต่อจากครั้งที่แล้ว โดยเน้นที่พลัง Insourcing ดังตัวอย่างของบริษัทขนส่งพัสดุภัณฑ์อย่าง UPS (United Parcel Service) ที่เสนอบริการไม่เฉพาะเพียงเรื่องพัสดุภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการทางธุรกิจของลูกค้าทั้งในฝั่ง Upstream (เช่น จัดหาวัตถุดิบให้) และ Downstream (เช่น หาตลาดใหม่ให้) ทั้งนี้ UPS ได้มองเห็นโอกาสที่ตนเองมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลกและรู้ว่าลูกค้าแต่ละคนทำธุรกิจอะไรบ้าง จึงสามารถแปลง "สารสนเทศ" ที่มีอยู่ให้กลายเป็น "บริการ" ใหม่ๆ ได้ วิธีคิดแบบนี้ เปรียบเหมือนกับการพัฒนาจากยุค HTML (รู้ Data แต่ไม่รู้วิธีใช้) มาเป็น XML (รู้ Context ของ Data แล้วนำไปใช้ประโยชน์ได้)

ภาคพิเศษที่ไม่มีในหนังสือ ก็คือ การวิเคราะห์แนวโน้มของพลังโลการะนาบที่จะเกิดขึ้นกับเมืองไทยในปี 2007 ที่สร้างให้เกิดทั้งโอกาสและภัยคุกคามต่อหลายธุรกิจ รวมทั้งกระแสของธุรกิจและบริการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากพลังโลการะนาบในตลาดเมืองไทย

สำหรับหนังสือโลการะนาบในภาค Updated and Expanded Edition นี้ Friedman ได้เพิ่มเนื้อหาที่เกี่ยวกับ สาเหตุที่เราจะได้เห็นผลกระทบของพลังโลการะนาบอย่างถนัดตาในช่วงอายุขัยนี้ เช่นเดียวกับการปฏิวัติทางอุตสาหกรรม, การกำเนิดของพ่อค้าคนกลางในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่ล้มล้างความเชื่อเดิมว่าพลังแห่งโลการะนาบจะทำให้พ่อค้าคนกลางหายไป, หนทางในการปรับตัวของพ่อแม่และครูในการบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้สามารถใช้ชีวิตในโลกระนาบนี้ รวมทั้ง "โลกาภิวัตน์แห่งท้องถิ่น" (globalization of the local) ที่พลังแห่งโลการะนาบจะขับเน้นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นและภูมิภาคให้โดดเด่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม แทนความเชื่อที่ผิดๆ ว่าจะทำให้วัฒนธรรมต่างๆ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

Monday, November 20, 2006

"The World is Flat" - โลการะนาบ

Thomas Friedman ได้แรงบันดาลใจในการแต่งหนังสือเล่มนี้ ระหว่างการเดินทางไป Bangalore ประเทศอินเดีย เมื่อปี 2547 ในขณะที่ผมได้มีโอกาสซื้อหนังสือฉบับ Updated and Expanded เล่มนี้ ระหว่างการเดินทางกลับจาก Calcutta ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2549 เลยนำเนื้อหามาย่อยในรายการ MCOT.NET ประจำเดือนพฤศจิกายน (สำหรับผู้ที่ไม่อยากซื้อหนังสือมาอ่านเอง สามารถติดตามการย่อยหนังสือธุรกิจที่น่าสนใจ ได้ในทุกวันจันทร์ของสัปดาห์กลางเดือน ในรายการ MCOT.NET ทางสถานีวิทยุ FM 100.5 MHz เวลา 21.00-22.00 น.) Thomas ได้พูดถึง โลกาภิวัตน์ในสามยุค เริ่มจากยุค 1.0 เป็นยุคที่ระดับประเทศ (Country) ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง ยุค 2.0 เป็นยุคที่ระดับบรรษัท (Corporation) ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง และยุค 3.0 เป็นยุคที่ระดับปัจเจก (Individual) ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง

ในทัศนะของผมเห็นว่า ในความเป็นจริง อิทธิพลของรัฐในฐานะผู้ปกครองประเทศ และบรรษัทในฐานะผู้ดำรงบทบาททางเศรษฐกิจที่สำคัญ มิได้ด้อยลงแม้จะเปลี่ยนผ่านมายังยุค 3.0 แล้วก็ตาม ตรงกันข้าม รัฐและบรรษัทกลับสามารถยืมมือปัจเจกในการขยายอิทธิพลของตัวเองให้กว้างขวางออกไปได้อีกต่างหาก ตัวอย่างเช่น การใช้ปัจเจกปลุกกระแสความคิดเห็นร่วมทางการเมืองโดยอาศัยสื่อเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเผยแพร่ (เช่น ทางเว็บบอร์ด) การจ้างวานปัจเจกให้เขียน Blog ส่วนบุคคล ที่แฝงด้วยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของบรรษัท การสร้างข้อมูลอ้างอิงที่บิดเบือนในสารานุกรมสาธารณะ (เช่น ในวิกิพีเดีย) ฯลฯ

Audio File ฟังการย่อยเนื้อหาในหนังสือ "The World is Flat" ตอน 1 External Link

Monday, September 18, 2006

"The Rules of Business" ตอน 2

ได้ย่อยหนังสือ "The Rules of Business" ในรายการ MCOT.NET ต่อเป็นตอนที่ 2 กฎทางธุรกิจที่น่าสนใจในรายการตอนนี้ จะเกี่ยวข้องกับเรื่องการจัดการเทคโนโลยี ในกรอบคิดเดิม คือ องค์กรมีการรวมศูนย์ทรัพยากรทางเทคโนโลยีไว้ด้วยกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและการประหยัดจากขนาด ในขณะที่กรอบคิดใหม่ มีความท้าทายที่สำคัญ คือ ในเมื่อเทคโนโลยีไม่ใช่หัวใจของธุรกิจ แต่เป็นเพียงเครื่องมือ การตัดสินใจระหว่างการนำเครื่องมือมาไว้รวมกันในโรงเก็บเครื่องมือที่ยากแก่การเข้าถึง กับการแบ่งเครื่องมือไว้กระจัดกระจายในแต่ละแผนกขององค์กร เพื่อให้เกิดการใช้งานให้มาก อย่างไหนจะก่อให้เกิดความคุ้มค่ามากกว่ากัน ฤาจะถึงเวลาแล้วที่จะพิจารณายุบแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ พิจารณาปรับลดผู้เชี่ยวชาญบริสุทธิ์ (Pure Expert) แต่หันมามุ่งเน้นการพัฒนาเจ้าหน้าที่ในแผนกต่างๆ ให้มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีในแบบผู้ชำนาญการประยุกต์ (Applied Practitioner)

Audio File ฟังการย่อยเนื้อหาในหนังสือ "The Rules of Business" ตอน 2 External Link